ShoutMix chat widget

tips

Higurashi no Naku Koro ni Tips072

posted on 04 Aug 2009 18:17 by sorekara in WhenTheyCry

Spoiler Alert!!!

Tip ก็คือ เนื้อหาย่อยที่ปรากฎในเรื่อง Higurashi no Naku Koro ni หรือแว่วเสียงเรไร ซึ่งจะมี
ทั้งที่มีส่วนไม่เกี่ยวข้องหรือส่วนที่เชื่อมโยงกับเนื้อหาหลักของทั้ง 8 บทหลักในเกมต้นฉบับ
PC นั่นเอง ซึ่งข้อมูลตรงนี้จะช่วยทำให้เราสามารถรับรู้รายละเอียดยิบย่อยที่ไม่ปรากฎในเนื้อหา
หลักอีกด้วย

==============================================

บทข้ามเวลา
Chapter 14/072 - เกมเลือกกล่อง

---------------------------------------------------------------------------------------------

คุณคิดว่าชีวิตคนเราจะมีสิ่งที่เรียกว่าทางเลือกหรือเปล่า?
มีผู้คนอีกเป็นจำนวนมากที่ต่างคร่ำครวญ
ต่างคนต่างกล่าวว่า "ถ้ามีทางเลือกที่ชัดเจนแจ่มแจ้งให้เลือกได้ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิต
ฉันคงจะสามารถพิจารณาทางเลือกเหล่านั้นอย่างถี่ถ้วน และนำพาตนเองไปสู่อนาคตที่ดีกว่า"

...เมื่อไหร่ก็ตามที่ฉันได้ฟังเสียงคร่ำครวญพรรค์นั้น ฉันมักจะคิดเสมอว่า "ช่างกังวลได้ไร้สาระชะมัด"
ถึงแม้ว่าเราจะได้รับทางเลือกให้เลือกเอาได้ ยังไงก็คงไร้ความหมายอยู่ดี หรือไม่ก็ไม่ได้ช่วยนำพา
ไปหาอนาคตที่ดีกว่าเลย

......ไม่เข้าใจงั้นหรือ?
เอาเถอะ จะยกตัวอย่างให้ละกัน อย่างเช่นเมื่อมีกล่องสองกล่องมาวางอยู่ตรงหน้าคุณ

จะพูดก็ได้ว่าคุณได้รับทางเลือกทั้งสองทางแล้ว
นั่นแหละ แล้วคุณจะเปิดกล่องสีอะไรดีล่ะ? ระหว่างสีแดงและสีน้ำเงิน?

คุณกำลังลังเลอยู่ใช่ไหมล่ะ?

"ถ้าหากฉันต้องเลือกเปิดสักกล่องใดกล่องหนึ่งระหว่างสีแดงกับสีน้ำเงิน ฉันก็อยากจะเปิดอันที่ดีที่สุด
ให้ตัวเองเป็นธรรมดา"มันเป็นเรื่องธรรมชาติของใจคนที่จะปรารถนาเช่นนั้น
หลังจากที่ได้พิจารณาปัจจัยต่างๆ อย่างเช่นรูปร่างของกล่องและการลองสัมผัสดู หลังจากที่ได้ไตร่ตรอง
อย่างถี่ถ้วนแล้ว ในที่สุดคุณจะสามารถตัดสินใจเลือกกล่องได้

.........แล้วกล่องใหนล่ะที่คุณจะเลือก?
สีแดงหรือสีน้ำเงิน

...ถ้าเรายึดตามกฎของสัญญาณจราจร สีแดงย่อมหมายถึงอันตรายแน่นอน
แต่ก็ไม่ได้หมายความสีน้ำเงินจะมีความปลอดภัยด้วยเช่นกัน
ใครจะไปรู้ มันอาจจะเป็นกลลวงที่หลอกให้คุณระวังกล่องสีแดง แล้วให้คุณไปเปิดกล่องสีน้ำเงินแทนก็ได้

กลลวง?
...จะเป็นไปได้หรือเปล่าว่าสิ่งที่อยู่ในกล่องไม่ใช่ทรัพย์สมบัติ แต่เป็นบางสิ่งที่ก่อให้เกิดความสูญเสียแทน...?

ถ้าอย่างนั้นล่ะก็... คุณก็คงจะยิ่งลังเลเข้าไปมากกว่าเดิมอีกโขเลยทีเดียว
แทนที่จะเลือกระหว่างสีแดงกับสีน้ำเงิน ...คุณคงกำลังคิดที่จะเลือกเดินจากไปโดยไม่เปิดกล่องไหนเลย

แต่คงจะไม่ได้หรอก คงต้องเลือกเปิดกล่องใดกล่องหนึ่งเท่านั้นเสียแล้ว
อ๊ะ ลืมไปซะสนิทเลย ขอเตือนว่าเมื่อคุณเลือกกล่องหนึ่งแล้ว อีกกล่องหนึ่งก็จะหายไปทันทีด้วย
เพราะฉะนั้น คุณไม่มีทางที่จะรู้ว่ามีอะไรอยู่ในกล่องที่ไม่ได้เลือก ขอให้คุณรู้ไว้ว่าเรามีกฎนี้อยู่ เข้าใจมั้ย?

เอาล่ะ คุณจะเลือกอันใหนล่ะ?
กล่องสีแดง? หรือจะเป็นกล่องสีน้ำเงิน?

...ไม่ต้องห่วงหรอก ไม่มีสิ่งเลวร้ายอยู่ในกล่องพวกนั้นหรอก ...มาสิ


เลือกเปิดกล่องสีแดง


คุณคิดดีแล้วหรือยัง?
ในที่สุด คุณก็เลือกกล่องนี้จนได้สินะ

-แน่นอน(ตัวเลือกแรก)


...ช่วงเวลาที่คุณตัดสินใจเลือกกล่องนี้ อีกกล่องหนึ่งก็หายไปทันที
ไม่ต้องไปคิดถึงสิ่งที่อยู่ภายในกล่องอีกใบหนึ่งเลย
เพราะนี่เป็นกฎ

ตอนนี้ มาเปิดกล่องที่คุณเลือกกันเถอะ

ภายในกล่อง ......มีลูกอมคาราเมลอยู่หนึ่งเม็ด

...ฉันรู้ว่าคุณคงจะผิดหวังนิดหน่อย

...ฉันไม่ว่าอะไรหรอก
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าคุณจะคิดยังไง คงจะรู้สึกเสียดายใช่มั้ยล่ะ

ในกล่องที่ถูกต้อง ใครจะรู้ล่ะ มันอาจจะมีชอกโกแลตแท่งใหญ่อยู่ในนั้นก็ได้
ไม่สิ ใครจะรู้ล่ะ มันอาจจะเป็นของบางอย่างที่ดียิ่งไปกว่านั้นก็ได้ อย่างเช่น ตั๋วเครื่องบินไปเที่ยวฮาวาย 2 ใบ

แม้ว่าคุณอยากจะดูให้แน่ใจ แต่กล่องนั้นก็หายไปแล้ว
คุณไม่มีทางรู้ได้หรอก

นั่นเป็นเหตุที่ทำให้คุณเริ่มคิดในแง่ดี
ใครจะไปรู้...บางทีอีกกล่องหนึ่งอาจจะว่างเปล่า และกล่องที่เราเลือกนี่แหละคือตัวเลือกที่ถูกต้อง

และด้วยความรู้สึกพึงพอใจต่อรางวัลราคาถูก ๆ นี้ (หรืออาจจะไม่พอใจ) คุณโยนมันเข้าปาก
แล้วก็เคี้ยวด้วยความยินดี

เอาล่ะ ที่สุดแล้วคุณคิดยังไงล่ะ
ถ้าคุณได้รับทางเลือกแบบนี้ในคราวหน้า คุณคิดจะเปลี่ยนไปเลือกกล่องอีกใบหนึ่งมั้ย
...แต่เสียใจด้วยนะ เกมเลือกกล่องสีแดงสีน้ำเงิน ไม่มีให้คุณอีกแล้ว
นั่นคือเหตุผลที่ว่า โอกาสที่คุณจะได้เลือกอีกครั้งจะไม่มีอีกแล้วตลอดชั่วชีวิตของคุณ

พ่อแม่ของคุณคงเคยสอนว่า “คุณมีโอกาสเพียงแค่ครั้งเดียวในชีวิต ดังนั้นจงเลือกให้ดี” ใช่มั้ยล่ะ?
คิกๆๆ...

เห็นมั้ยล่ะ ทางเลือกไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลย...คุณรู้สึกผิดหวังบ้างแล้วหรือยัง ฮ่าๆๆๆๆๆๆ.....


-หากคุณรู้ว่ามีอะไรอยู่ในกล่องสีน้ำเงินอยู่แล้ว(ตัวเลือกที่สอง)


...ช่วงเวลาที่คุณตัดสินใจเลือกกล่องนี้ อีกกล่องหนึ่งก็หายไปทันที
ไม่ต้องไปคิดถึงสิ่งที่อยู่ภายในกล่องอีกใบหนึ่งเลย
เพราะนี่เป็นกฎ

ตอนนี้ มาเปิดกล่องที่คุณเลือกกันเถอะ

ภายในกล่องมี..........ลูกอมคาราเมลอยู่หนึ่งเม็ด

...ตอนนี้ คุณคง...“ฮึ่ม!”

ใช่แล้ว สิ่งที่อยู่ในกล่องสีแดงและสีน้ำเงินก็คือลูกอมคาราเมลหนึ่งเม็ดและหมากฝรั่งหนึ่งชิ้น

ในตอนแรก คุณอาจจะคิดว่าเลือกกล่องผิด แต่พอคุณได้มองเปรียบเทียบของที่อยู่ในกล่องทั้งสองแล้ว
คุณก็ได้รู้ว่า กล่องทั้งสองใบมันก็ไม่ได้ต่างกันซักเท่าไหร่เลย จริงมั้ย

เอาล่ะ แต่ละคนต่างก็มีความชอบส่วนตัวทั้งนั้น
บ้างก็ชอบคาราเมล บ้างก็ชอบหมากฝรั่ง
...ไม่น่าแปลกใจเลยที่คุณคิดจะเลือกเปิดกล่องใหม่อีกครั้ง เมื่อดูจากความชอบ

...พูดง่าย ๆ นี่เป็นทางเลือกที่คุณปรารถนา
ความเห็นแก่ตัวที่ต้องการจะเปรียบเทียบสิ่งของที่อยู่ภายในกล่องทั้งสองใบ แล้วก็เลือกหยิบสิ่งที่คุณต้องการ

แต่คุณรู้หรือเปล่า ในชีวิตจริงมันก็เหมือนกับเกมนี้แหละ
เมื่อคุณเลือกสิ่งหนึ่งแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่คุณไม่ได้เลือกก็จะหายไป ดังนั้นคุณไม่มีทางรู้ได้


“ถ้าฉันทำ XX ในคราวนั้น หรือถ้าฉันไม่ทำ XX ในคราวนั้น ...ฉันน่าจะรู้สึกยินดี(หรือไม่ยินดี)มากกว่า
ที่เป็นอยู่ในตอนนี้” คุณไม่มีทางจะรู้ได้หรอก


ในที่สุด คุณก็ต้องยอมรับ(หรือรู้สึกผิดหวัง)กับสิ่งที่คุณเลือก แล้วก็จงพึงพอใจกับมันซะ

แต่คุณจะรู้สึกแย่ไปทำไมกันล่ะ
อย่างน้อย คุณยังได้รู้สึกถึงความตื่นเต้นลุ้นระทึกเวลาที่กำลังเลือก ใช่มั้ยล่ะ

ตอนนี้คุณก็ได้รู้แล้วว่าภายในกล่องทั้งสองใบมีอะไรอยู่บ้าง คุณจึงไม่สามารถฆ่าเวลาโดยการเลือก
กล่องสีแดงสีน้ำเงินได้อีกต่อไป

เพราะว่า ยิ่งกว่าการเล่นเกมเลือกกล่องที่แสนน่าเบื่ออย่างนี้ การมองดูท้องฟ้าในยามเย็นฤดูร้อน
ที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ และการคาดเดาว่ามันจะมีฝนตกฟ้าร้องขึ้นมาทันทีทันใดในช่วงเย็น
ยังจะสนุกมากกว่าเสียอีก


เลือกเปิดกล่องสีน้ำเงิน

คุณคิดดีแล้วหรือยัง?
ในที่สุด คุณก็เลือกกล่องนี้จนได้สินะ


-แน่นอน(ตัวเลือกแรก)

...ช่วงเวลาที่คุณตัดสินใจเลือกกล่องนี้ อีกกล่องหนึ่งก็หายไปทันที
ไม่ต้องไปคิดถึงสิ่งที่อยู่ภายในกล่องอีกใบหนึ่งเลย
เพราะนี่เป็นกฎ

ตอนนี้ มาเปิดกล่องที่คุณเลือกกันเถอะ

ภายในกล่องมี..........หมากฝรั่งอยู่หนึ่งชิ้น

...ฉันรู้ว่าคุณคงจะผิดหวังนิดหน่อย

...ฉันไม่ว่าอะไรหรอก
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าคุณจะคิดยังไง คงจะรู้สึกเสียดายใช่มั้ยล่ะ

ในกล่องที่ถูกต้อง ใครจะรู้ล่ะ มันอาจจะมีชอกโกแลตแท่งใหญ่อยู่ในนั้นก็ได้
ไม่สิ ใครจะรู้ล่ะ มันอาจจะเป็นของบางอย่างที่ดียิ่งไปกว่านั้นก็ได้ อย่างเช่น ตั๋วเครื่องบินไปเที่ยวฮาวาย 2 ใบ

แม้ว่าคุณอยากจะดูให้แน่ใจ แต่กล่องนั้นก็หายไปแล้ว
คุณไม่มีทางรู้ได้หรอก

นั่นเป็นเหตุที่ทำให้คุณเริ่มคิดในแง่ดี
ใครจะไปรู้...บางทีอีกกล่องหนึ่งอาจจะว่างเปล่า และกล่องที่เราเลือกนี่แหละคือตัวเลือกที่ถูกต้อง

และด้วยความรู้สึกพึงพอใจต่อรางวัลราคาถูก ๆ นี้ (หรืออาจจะไม่พอใจ) คุณโยนมันเข้าปาก
แล้วก็เคี้ยวด้วยความยินดี

เอาล่ะ ที่สุดแล้วคุณคิดยังไงล่ะ
ถ้าคุณได้รับทางเลือกแบบนี้ในคราวหน้า คุณคิดจะเปลี่ยนไปเลือกกล่องอีกใบหนึ่งมั้ย
...แต่เสียใจด้วยนะ เกมเลือกกล่องสีแดงสีน้ำเงิน ไม่มีให้คุณอีกแล้ว
นั่นคือเหตุผลที่ว่า โอกาสที่คุณจะได้เลือกอีกครั้งจะไม่มีอีกแล้วตลอดชั่วชีวิตของคุณ

พ่อแม่ของคุณคงเคยสอนว่า “คุณมีโอกาสเพียงแค่ครั้งเดียวในชีวิต ดังนั้นจงเลือกให้ดี” ใช่มั้ยล่ะ?
คิกๆๆ...

เห็นมั้ยล่ะ ทางเลือกไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลย...คุณรู้สึกผิดหวังบ้างแล้วหรือยังล่ะ ฮ่าๆๆๆๆๆๆ.....


-หากคุณรู้ว่ามีอะไรอยู่ในกล่องสีแดงอยู่แล้ว(ตัวเลือกที่สอง)


...ช่วงเวลาที่คุณตัดสินใจเลือกกล่องนี้ อีกกล่องหนึ่งก็หายไปทันที
ไม่ต้องไปคิดถึงสิ่งที่อยู่ภายในกล่องอีกใบหนึ่งเลย
เพราะนี่เป็นกฎ

ตอนนี้ มาเปิดกล่องที่คุณเลือกกันเถอะ

ภายในกล่องมี..........หมากฝรั่งอยู่หนึ่งชิ้น

...ตอนนี้ คุณคง...“ฮึ่ม!”

ใช่แล้ว สิ่งที่อยู่ในกล่องสีแดงและสีน้ำเงินก็คือลูกอมคาราเมลหนึ่งเม็ดและหมากฝรั่งหนึ่งชิ้น

ใน ตอนแรก คุณอาจจะคิดว่าเลือกกล่องผิด แต่พอคุณได้มองเปรียบเทียบของที่อยู่ในกล่องทั้งสองแล้ว
คุณก็ได้รู้ว่า กล่องทั้งสองใบมันก็ไม่ได้ต่างกันซักเท่าไหร่เลย จริงมั้ย?

เอาล่ะ แต่ละคนต่างก็มีความชอบส่วนตัวทั้งนั้น
บ้างก็ชอบคาราเมล บ้างก็ชอบหมากฝรั่ง
...ไม่น่าแปลกใจเลยที่คุณคิดจะเลือกเปิดกล่องใหม่อีกครั้ง เมื่อดูจากความชอบ

...พูดง่าย ๆ นี่เป็นทางเลือกที่คุณปรารถนา
ความเห็นแก่ตัวที่ต้องการจะเปรียบเทียบสิ่งของที่อยู่ภายในกล่องทั้งสองใบ แล้วก็เลือกหยิบสิ่งที่คุณต้องการ

แต่คุณรู้หรือเปล่า ในชีวิตจริงมันก็เหมือนกับเกมนี้แหละ
เมื่อคุณเลือกสิ่งหนึ่งแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่คุณไม่ได้เลือกก็จะหายไป ดังนั้นคุณไม่มีทางรู้ได้

“ถ้าฉันทำ XX ในคราวนั้น หรือถ้าฉันไม่ทำ XX ในคราวนั้น ...ฉันน่าจะรู้สึกยินดี(หรือไม่ยินดี)มากกว่า
ที่เป็นอยู่ในตอนนี้” คุณไม่มีทางจะรู้ได้หรอก

ในที่สุด คุณก็ต้องยอมรับ(หรือรู้สึกผิดหวัง)กับสิ่งที่คุณเลือก แล้วก็จงพึงพอใจกับมันซะ

แต่คุณจะรู้สึกแย่ไปทำไมกันล่ะ
อย่างน้อย คุณยังได้รู้สึกถึงความตื่นเต้นลุ้นระทึกเวลาที่กำลังเลือก ใช่มั้ยล่ะ

ตอนนี้คุณก็ได้รู้แล้วว่าภายในกล่องทั้งสองใบมีอะไรอยู่บ้าง คุณจึงไม่สามารถฆ่าเวลาโดยการเลือก
กล่องสีแดงสีน้ำเงินได้อีกต่อไป

เพราะว่า ยิ่งกว่าการเล่นเกมเลือกกล่องที่แสนน่าเบื่ออย่างนี้ การมองดูท้องฟ้าในยามเย็นฤดูร้อน
ที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ และการคาดเดาว่ามันจะมีฝนตกฟ้าร้องขึ้นมาทันทีทันใดในช่วงเย็น
ยังจะสนุกมากกว่าเสียอีก


---------------------------------------------------------------------------------------------

Thanks : Animesuki forum   

Higurashi no Naku Koro ni Tips071

posted on 03 Aug 2009 22:51 by sorekara in WhenTheyCry

Spoiler Alert!!!

Tip ก็คือ เนื้อหาย่อยที่ปรากฎในเรื่อง Higurashi no Naku Koro ni หรือแว่วเสียงเรไร ซึ่งจะมี
ทั้งที่มีส่วนไม่เกี่ยวข้องหรือส่วนที่เชื่อมโยงกับเนื้อหาหลักของทั้ง 8 บทหลักในเกมต้นฉบับ
PC นั่นเอง ซึ่งข้อมูลตรงนี้จะช่วยทำให้เราสามารถรับรู้รายละเอียดยิบย่อยที่ไม่ปรากฎในเนื้อหา
หลักอีกด้วย

==============================================

บทข้ามเวลา
Chapter 14/071 - การสืบสวนที่ถูกขัดขวาง

---------------------------------------------------------------------------------------------

คาตาโอกะ : ...อือ ฉันพบเขาที่ร้านอาหารในกินซ่าเมื่อวานนี้เอง อืม แล้วก็พูดคุยกันเรื่องนั้นด้วย

เจ้าหน้าที่สืบสวนลับ A : เจ้าพวกนั้นทำเกินหน้าที่ไปแล้ว พวกนั้นเข้าไปยุ่งกับคณะกรรมาธิการ
ความปลอดภัยสาธารณะมากเกินไป นี่ต้องไม่ใช่เรื่องดีแน่สำหรับพวกเราที่กำลังหาโอกาสอยู่เป็นแน่

คาตาโอกะ : รัฐมนตรีอินุไคไม่พอใจวิธีการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการฯเป็นอย่างมาก
ฉันว่าประเด็นนี้จะต้องถูกผู้ช่วยรัฐมนตรียกขึ้นมาหารือในที่ประชุมสภาในวันจันทร์แน่นอน

เจ้าหน้าที่สืบสวนลับ A : ดูท่าพวกเราคงจะต้องหาทางรับเอาไว้ก่อนด้วยการให้หัวหน้าไปคุยเรื่องนี้
กับผู้ช่วยรัฐมนตรีล่ะครับ คนเป็นหัวหน้าก็ต้องรับผิดชอบมากกว่าคนอื่นเขาอยู่แล้ว

คาตาโอกะ : ถ้าอย่างนั้นล่ะก็ หัวหน้าคงต้องสั่งให้พวกเราเตรียมหลักฐานเอาไว้ชี้แจงข้อกล่าวหาของ
ท่านรัฐมนตรีแน่ๆ

เจ้าหน้าที่สืบสวนลับ A : แน่ล่ะ เจ้านั่นบางครั้งก็โลเลจะตายไป จนไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ฝ่ายใหนก็แน่

คาตาโอกะ : ฉันว่านั่นเป็นแค่แรงกดดันที่มาจากรัฐมนตรีเท่านั้นแหละ เราได้แต่หวังให้การสืบสวน
ดำเนินต่อไปด้วยดี
...ไม่รู้ว่าฉันจะต้องโดนท่านรัฐมนตรีบีบเค้นอีกซักเท่าไหร่นี่สิ ...จะว่าไปแล้ว การสืบสวนเป็นยังไงบ้างล่ะ?

เจ้าหน้าที่สืบสวนลับ A : เขตที่ถูกตั้งข้อสงสัยทั้งหมดไม่พบอะไรเลยครับ พวกผมเองก็เริ่มจนปัญญาแล้วล่ะ

คาตาโอกะ : ได้ยินมาว่าถ้าเราหันมาสังเกตคำแถลงการเมื่อเร็วๆนี้ของรัฐมนตรี เราจะได้พบหลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับ
โครงการเขื่อนฮินามิซาวะ มันคืออะไรรึ?

เจ้าหน้าที่สืบสวนลับ A : ...ฮืม...... ก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรหรอกครับ ก็แค่ความรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆน่ะ
แต่ว่านะ จากที่ฟังคำกล่าวอวยพรแขกในงานประชุมที่จังหวัด XX สงสัยว่ามันจะเป็นการแบ่งสรรผลประโยชน์
เสียมากกว่า

คาตาโอกะ : แต่เรื่องนี้ก็ถูกพวกคนในพื้นที่คัดค้านเป็นอย่างมากเลยนี่ แนวร่วมปกป้องโอนิงะฟุจิอะไรนั่นน่ะ
อาคาซากะคุงก็กำลังสืบสวนเรื่องนี้อยู่ด้วยไม่ใช่รึ?

เจ้าหน้าที่สืบสวนลับ A : ตามความเห็นของผมนะ ผมไม่คิดว่าชาวบ้านจะสามารถดำเนินการต่อไป
จนบรรลุผลสำเร็จได้ในกรณีแบบนี้ ถึงอย่างนั้น เราก็ได้เห็นแล้วว่าบรรดานายใหญ่ทั้งหลายก็ต่างคว้า
น้ำเหลวกันเป็นว่าเล่น ดังนั้นอะไรมันก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น ผมได้รับรายงานจากอาคาซากะคุงแจ้งมาว่า
มันยังไม่มีข้อพิสูจน์ที่แน่นอนด้วย

คาตาโอกะ : ...งั้นมันก็น่าจะมีค่าพอที่จะไปสืบดูที่นั่นไม่ใช่รึไง? ถึงแม้เราจะยังไม่มีอะไรคืบหน้าก็ตาม
แต่ถ้ากลุ่มนี้เป็นเพียงกลุ่มเดียวที่ต้องสงสัย เราก็จะทำในสิ่งที่ต้องทำ

เจ้าหน้าที่สืบสวนลับ A : เอ่อ นั่นมันไม่ใช่ว่ามีแค่กลุ่มเดียวที่เราต้องสืบสวนซักหน่อย ฮ่ะๆๆๆ!
ถ้าเราเริ่มสงสัยพวกกลุ่มแนวร่วมปกป้องโอนิงะฟุจิ ก็จะมีคนอีกเป็นแถวที่ต้องตามสืบเลยแหละ
เราคงไม่มีเวลาหรือกำลังคนมากพอหรอก

คาตาโอกะ :  ยังไงก็คอยติดตามเรื่องอาคาซากะคุงเอาไว้ให้ดีด้วยล่ะ เผื่อหมอนั่นจะได้อะไรที่ช่วยให้
เข้าใกล้คดีมากขึ้น ...ฉันเองก็เริ่มสงสัยพวกแนวร่วมปกป้องโอนิงะฟุจินั่นแล้วสิ

เจ้าหน้าที่สืบสวนลับ A : เขาบอกว่าเขาสามารถพูดคุยสนิทสนมกับชาวบ้านได้แล้ว ดูเหมือนว่า
เขาจะติดต่อกับตำรวจในท้องที่ด้วย

คาตาโอกะ : ขอให้การติดต่อกับอาคาซากะคุงเป็นความลับ และถ้าพวกนายเห็นว่ารายงานที่หมอนั่น
แจ้งมามีข้อมูลที่น่าสงสัย ให้เรียกขอกำลังสนับสนุนได้ทันที


เจ้าหน้าที่สืบสวนลับ A : รับทราบ


เจ้าหน้าที่สืบสวนลับ  B : ...เอ่อ ขอโทษนะครับผู้กองคาตาโอกะ! มีโทรศัพท์จากท่านสารวัตร
จะให้ผมโอนสายหรือเปล่าครับ

คาตาโอกะ : ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันรับสายเอง...สวัสดีครับ! นี่คาตาโอกะพูดครับ...

---------------------------------------------------------------------------------------------

Thanks : Animesuki forum   

Higurashi no Naku Koro ni Tips070

posted on 30 Jul 2009 20:31 by sorekara in WhenTheyCry

Spoiler Alert!!!

Tip ก็คือ เนื้อหาย่อยที่ปรากฎในเรื่อง Higurashi no Naku Koro ni หรือแว่วเสียงเรไร ซึ่งจะมี
ทั้งที่มีส่วนไม่เกี่ยวข้องหรือส่วนที่เชื่อมโยงกับเนื้อหาหลักของทั้ง 8 บทหลักในเกมต้นฉบับ
PC นั่นเอง ซึ่งข้อมูลตรงนี้จะช่วยทำให้เราสามารถรับรู้รายละเอียดยิบย่อยที่ไม่ปรากฎในเนื้อหา
หลักอีกด้วย

==============================================

บทข้ามเวลา
Chapter 14/070 - ชาข้าว ชาดำและโม่หิน

---------------------------------------------------------------------------------------------

หมออิริเอะ : ความดันของคุณดีขึ้นมามากแล้วล่ะครับ ผมประหลาดใจจริงๆเลยกับสุขภาพของคุณ
โดยเฉพาะกับคนที่อายุมากขนาดนี้แล้ว  คุณโอเรียว ผมคงจะไม่แปลกใจเลยถ้าหากคุณจะมีอายุ
ยืนกว่าหนึ่งร้อยหรือสองร้อยปี

นายแพทย์หนุ่มยิ้มแย้มขณะกำลังถอดเครื่องวัดความดันโลหิตออกจากแขนของหญิงชรา

โอเรียว : หมออิริเอะนี่ล่ะก็... คนแก่ที่ล่วงพ้นวัยอย่างฉันสมควรที่จะต้องหลบไปมากกว่าจะอยู่
ถ่วงแข้งถ่วงขาคนหนุ่มคนสาวแล้วซะล่ะมั้ง... โฮะๆๆๆ...

หญิงชรายิ้มและหัวเราะเรียบๆ

จากนั้นหญิงชราก็หันหน้าไปทางประตูเลื่อนแล้วส่งเสียงเรียก "คุณชินโกะหรือคุณทาเอโกะก็ได้อยู่รึเปล่า?
ช่วยไปเอาชาข้าวเย็นๆมาให้หมออิริเอะทีสิ"

ที่ระเบียงเริ่มมีเสียงฝีเท้าสะท้อนกลับมา เมื่อประตูเลื่อนเปิดออกก็มีเด็กสาวคนหนึ่งปรากฎตัวออกมา
...ดูเหมือนว่าเธอจะเป็นหลานสาวของหญิงชรา

มิอง : เห็นว่าคุณชินโกะลากลับไปตั้งแต่วันแล้วล่ะค่ะ ...ต้องการอะไรหรือคะ?
โอเรียว : มิอง ช่วยไปเอาชาข้าวเย็นๆมาให้หมออิริเอะทีสิ
มิอง : ทราบแล้วค่ะ แล้วท่านยายจะรับอะไรด้วยหรือเปล่าคะ? ชาดำมั้ยคะ? หนูจะได้ใส่ครีมกับน้ำตาลให้เลย?
โอเรียว : เอาน้ำตาลกับครีมแยกมาก็พอ ชั้นจะขอใส่เอง
มิอง : ด้วยความยินดีค่ะ

เด็กสาวชื่อมิองหันกลับไปทางระเบียงเดินหลังจากที่ได้ฟังคำสั่งจากคุณยายแล้ว

โอเรียว : และก็ช่วยจำให้แม่นด้วยล่ะว่าชาข้าวของหมออิริเอะต้องชงใส่แก้วสำหรับรับแขก!!
อ๊ะ แล้วก็เอาเบาะรองนั่งมาด้วย! อย่าลืมเช็ดหยดน้ำรอบๆแก้วให้แห้งด้วย ได้ยินมั้ย!?
มิอง : ค่าๆ รู้แล้วล่ะค่า ชิ!

เสียงประชดของมิองดังไปทั่วทางเดิน นั่นก็แค่กิริยาท่าทางของเธอเท่านั้น ไม่มีอะไรมาก
ส่วนโอเรียวก็หัวเราะคิกคัก

โอเรียว : เฮ่อ เมื่อไหร่จะรู้จักกาลเทศะซักทีเนี่ย ให้ตายเถอะ โตจนป่านนี้แล้ว
หมออิริเอะ : คุณโอเรียวครับ คุณโอเรียว ช่วยใจเย็นไว้ก่อนเถอะ มิองจังเค้าก็แค่เป็นไปตาม
วัยรุ่นเท่านั้นแหละครับ
โอเรียว : แม่กับลูกนี่นิสัยเหมือนกันไม่มีผิดเลย
หมออิริเอะ : ฮ่ะๆๆๆๆ งั้นคุณแม่ของคุณแม่ของมิองจังจะนิสัยเหมือนกันด้วยหรือเปล่าน้า~

โอเรียวหัวเราะลั่นทันทีกับคำแซวเช่นนั้น ดูเหมือนว่าเธอจะพึงพอใจการสนทนานี้มาก

โอเรียว :  หมออิริเอะ ขอโทษด้วยนะ ช่วยเปิดบานเลื่อนให้หน่อยสิ ฉันอยากให้ลมเย็นพัดเข้ามาในห้อง

เสียงจักจั่นฟังดูระรื่นหูดังลอดผ่านขอบบานเลื่อน พอคุณหมออิริเอะได้ลุกขึ้นเปิดบานเลื่อนออก
ลมเย็นจึงพัดเข้ามาช่วยไล่ความชื้นความอบอ้าวออกไปจากห้องได้ดีทีเดียว

หมออิริเอะ : ทั้งๆที่ตอนกลางวันอากาศออกจะร้อนแท้ๆ แต่ก็ยังรู้สึกเย็นในช่วงเช้ากับตอนค่ำ
เมื่อคืนนี้ผมรู้สึกหนาวเลยนะ
โอเรียว : อืม ถือเป็นข้อดีของฮินามิซาวะอีกอย่างหนึ่งล่ะนะ เวลาในช่วงเช้ากับตอนค่ำ

หมออิริเอะยิ้มรับและนั่งลงบนเบาะรองนั่งถัดจากโอเรียว ทั้งสองนั่งเงียบ ๆ ฟังเสียงจักจั่นที่ครางแว่วมา...

โอเรียว : แม้ว่าอาจจะไม่มีชีวิตอยู่ถึงร้อยปี แต่ตอนนี้ฉันยังตายไม่ได้หรอก ฉันคงตายตาไม่หลับแน่
ถ้าปัญหาเรื่องเขื่อนยังไม่ถูกสะสาง
หมออิริเอะ : ...มันยากอยู่นะครับที่จะล้มโครงการที่รัฐบาลวางเอาไว้...
โอเรียว : ไม่ว่าจะคราวไหน สิ่งที่รัฐบาลตัดสินใจจะทำก็ไม่ต่างอะไรกับการกลิ้งโม่หิน
หมออิริเอะ : ...โม่หินเหรอครับ?
โอเรียว : คุณหมอไม่รู้จักโม่หินเหรอ?
หมออิริเอะ : เปล่าครับ แน่นอน ผมรู้จักดี

"เอ่อ อ๊ะ แน่นอนครับ ต้องรู้จักสิ " หมออิริเอะรีบพูดย้ำทันที เขารู้ดีว่าโอเรียวไม่ชอบเป็นอย่างมาก
หากว่าการสนทนาของเธอถูกขัดคอ

โอเรียว : โม่หินของรัฐบาลสามารถบดขยี้อะไรได้หมด... น่าทึ่งเสียจริงๆ แต่เพราะว่ามันหนักก็เลย
ต้องใช้แรงคนจำนวนมากมาช่วยกันผลักให้มันหมุน แล้วมันก็หมุนไปอย่างช้าๆ นี่แหละโม่หินที่ฉันพูดถึง

อิริเอะนั่งฟังเงียบๆในสิ่งที่โอเรียวกำลังพูด

แล้วตอนนั้น มิองก็ถือถาดน้ำชามาให้พอดี เธอรู้ดีว่าโอเรียวกำลังพูดติดลมอยู่ เธอจึงค่อยๆคลานเข้าไป
นำชาข้าวกับชาดำมาส่งให้

โอเรียว : ...เนื่องจากมันหนักมาก มันจึงยากที่จะหยุดแรงขับเคลื่อน ...การออกแรงผลักในช่วงแรก
ก็แสนหนักหนาสาหัส เป็นใครก็คงไม่อยากออกแรงผลักเริ่มใหม่อีกครั้งแน่ๆ พวกเขาก็เลยไม่ยอมหยุดพัก
แล้วก็กลิ้งมันไปเรื่อยๆ
มิอง : เหมือนกับแรงเสียดทานอะไรนั่นเลย คุณยายพูดมีหลักการดีจังเลย!
โอเรียว : ดังนั้น หากว่ามีเหตุให้โม่หินต้องหยุดลง นั่นหมายความว่าพวกเขาต้องออกแรงช่วยกันทำให้
มันเริ่มหมุนใหม่อีกครั้งหนึ่ง
หมออิริเอะ : ...ครับ มันต้องใช้แรงผลักดันมหาศาลในการเริ่มโครงการที่ถูกระงับขึ้นมาใหม่อีกครั้ง
โอเรียว : มันเป็นโม่หินที่หยุดกลิ้งได้ยากยิ่ง แต่ถ้ามันหยุดกลิ้งเมื่อไหร่ มันจะไม่เคลื่อนที่ไปไหนอีกเลย
หมออิริเอะ : ถ้าหากว่ามีวิธีดีๆที่จะหยุดโม่หินได้ล่ะก็นะ...

พออิริเอะพูดออกมาเบาๆเช่นนั้น โอเรียวและมิองก็หยุดนิ่งในความเงียบทันที...

อิริเอะรู้ทันทีว่าตัวเองพลั้งปากเสียแล้ว แล้วก็คงจะยากเย็นเหลือเกินที่จะหาทางถอนคำพูด
เขาได้แต่นั่งเงียบพูดไม่ออก เมื่อได้เห็นรอยยิ้มที่แสนเย็นชาของทั้งคู่

หมออิริเอะ : ............
ทั้งสองคน : ........

อากาศภายในห้องดูเหมือนจะเย็นลงถนัดตา อิริเอะแทบจะคิดอะไรไม่ออกแล้ว เขาเริ่มหวาดกลัว
ต่อรอยยิ้มแสนเย็นชาที่เพ่งเล็งมายังคำพูดของเขาที่ได้เผลอหลุดปากออกไป

หมออิริเอะ : .................
ทั้งสองคน : ..............................
หมออิริเอะ : ............แฮ่ะๆ ฮ่ะๆๆๆๆ

ความเงียบงันไม่ได้ยืดเยื้อจนเกินไป อิริเอะที่รู้สึกกดดันจึงเลือกที่จะหัวเราะออกมาเพื่อคลายบรรยากาศ
ที่ตึงเครียด ดูเหมือนว่าเสียงหัวเราะจะส่งผ่านไปถึงโอเรียวและมิอง และแล้วภายในห้องก็มีแต่เสียงหัวเราะ
ของทั้งสามคน

คงจะมีเพียงแค่เหล่าเรไรเท่านั้นที่ไม่ได้หัวเราะ พวกมันยังคงร่ำร้องระงมเหมือนเช่นเคยอยู่เรื่อยไป...

---------------------------------------------------------------------------------------------

Thanks : Animesuki forum