ShoutMix chat widget

spoilers

Official by Ryukishi07



ตอนสุดท้าย "คงจะมีสักวัน"
ฮานิวตัดพ้อให้ริกะเลิกหวังที่จะพาตนไปที่โตเกียวเสีย แต่ริกะก็ยังคงดึงดันที่จะพาเธอไปด้วยอยู่ดี
เพราะรู้ว่าฮานิวก็อยากจะไปด้วยและตนก็อยากจะไปกับฮานิวด้วยเช่นกัน แม้ว่าจะริกะจะจับพาตัว
ฮานิวมาด้วยเท่าไหร่ แต่เมื่อมาอยู่นอกเขตแล้วฮานิวจะหายตัวทันที  ฮานิวเริ่มเกลี้ยกล่อมริกะถึง
ช่วงเวลาที่พวกตนได้ร่วมทุกข์ด้วยกันมาตลอด และบอกว่าเรื่องนี้สำหรับตนแล้วไม่เป็นไร ขอให้
ริกะได้ไปโตเกียวตามที่ใฝ่ฝัน ส่วนตัวจะรอคอยริกะจนกว่าจะกลับมาเอง เมื่อเป็นแบบนี้ริกะจึง
ยอมทำตามที่ฮานิวขอ แล้วยอมไปกับทุกคนที่เหลือ โดยมีฮานิวอวยพรขอให้ริกะสนุกกับการไป
เที่ยวโตเกียว



"สู้เค้า------!"
"นะเจ้าค้า~~~!!"

สองเด็กสาวต่างส่งอำลากันด้วยน้ำตา ริกะรำพึงในใจว่าทั้งที่ตนมีชีวิตมาร่วมร้อยปี ผ่านความโศกเศร้า
ความทุกข์ทนมายาวนานจนเรียกว่าชินชากับเรื่องพวกนี้มาแล้ว แต่กับเรื่องแค่การจากลาสั้นๆแค่นี้กลับ
ทำให้ตนรู้สึกเสียใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ซึ่งช่างน่าอายจริงๆสำหรับเธอ ทางพวกเคย์อิจิที่นำหน้าอยู่
เห็นริกะในสภาพนี้เข้าก็เหมือนจะตกลงอะไรอย่างลับๆ



เมื่อเหล่าเด็กๆมาถึงสถานีรถไฟ สิ่งที่อยู่ต่อหน้าพวกเขาก็คือนายตำรวจโออิชิที่มารอรับพวกเขา
พากลับบ้านไปนั่นเอง แต่ก่อนที่โออิชิจะได้พูดจบ พวกเคย์อิจิต่างก็พอพร้อมใจกันขึ้นรถทันที
เพื่อที่จะได้พาริกะกลับไปยังฮินามิซาวะที่ฮานิวรอคอยเธออยู่นั่นเอง ระหว่างที่กำลังเดินทางกลับ
กันนั้น โออิชิก็เล่าถึงความวุ่นวายในฮินามิซาวะจากการหนีไปของพวกเคย์อิจิ ซึ่งพวกเคย์อิจิ
ก็ขอโทษกับสิ่งที่พวกตนก่อ แต่โออิชิก็ถามเช่นกันว่าช่วงผจญภัยที่ผ่านมาสนุกรึเปล่า ซึ่งแน่นอน
ว่าพวกเคย์อิจิจะตอบว่าสนุกมาก



ตัดกลับมาที่ฮินามิซาวะซึ่งฮานิวกลับมาอยู่ที่บ้านของริกะเรียบร้อยแล้ว ฮานิวปลอบใจตนเอง
ด้วยการทานชูครีมของโปรด แต่ก็มิอาจทนได้กับการแยกจากกับริกะ จนถึงกับหลั่งน้ำตาออกมา
แต่ไม่ทันไร ริกะก็ปรากฎอยู่ด้านหลังของเธอและกระโจนโผกอดทันที และตามด้วยการกล่าวดุ
ทำโทษฮานิวตามประสาสองคนนี้ ส่วนเคย์อิจิกับเรนะที่กลับมาที่บ้านก็พบว่าพ่อแม่ของเคย์อิจิ
และพ่อของเรนะกลับมาช่วยปั่นต้นฉบับของพ่อเคย์อิจิรอคอยลูกสาวไปพลางเสียนี่ ส่วนมิองเอง
ก็ได้รู้จากชิองว่าความแตกก่อนเพราะถูกยายมหาภัยจับได้เสียแล้วเช่นกัน... และสุดท้ายก็ทาง
อาคาซากะที่ได้ทราบเรื่องนี้จนต้องกล่าวคำขอโทษเป็นการใหญ่ และแล้วเรื่องราวการผจญภัย
ของพวกริกะในช่วงปิดเทอมฤดูร้อนก็ได้จบลง พร้อมกับการมาเยือนของฤดูหนาว...



"ช่วงเวลาแห่งฤดูร้อนได้กลับมาเยือนแล้ว"
"และจากการได้ไกล่เกลี่ยพูดจาหว่านล้อมกับจิเอะ"
"ในที่สุดฟุรุเดะ ริกะก็ได้มาเยือนโตเกียวสมใจเสียที"

ต่อมาในช่วงปิดเทอมฤดูร้อนของปีโชวะที่ 59 ซึ่งนับได้จากช่วงเวลาครั้งนั้นก็ผ่านพ้นไป 1 ปีแล้ว
และริกะก็ได้มาถึงโตเกียวสมใจอยากเสียที แต่ก่อนที่ริกะจะไปพบกับอาคาซากะตามที่นัดเอาไว้นั้น
เธอก็ใช้โทรศัพท์สาธารณะทางไกลไปหาฮานิวที่อยู่ที่ฮินามิซาวะเช่นเดิมนั่นเอง เพื่อบอกว่าตนได้
มาถึงโตเกียวแล้ว และถามสารทุกข์สุขดิบต่อกันว่าเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งฮานิวก็ได้เตือนริกะต่างๆนานา
ราวกับเป็นแม่ก็มิปาน แต่ริกะก็ย้ำฮานิวว่าไม่จำเป็นต้องห่วงตนเลย สุดท้ายฮานิวจึงถามให้ฝากซื้อ
ชูครีมของโปรดของตนจากโตเกียวมาฝากด้วย และอย่าลืมของฝากให้พวกเคย์อิจิด้วยล่ะ



"นั่นล่ะคือ"
"การเติบโตอีกหนึ่งขั้นเป็นครั้งแรก"

และแล้วเรื่องราวก็จบลงด้วยความสุขแห่งการเยียวยาหัวใจของสาวน้อยผู้มีชื่อว่า "ฟุรุเดะ ริกะ"


จบบท

Official by Ryukishi07

ตอนที่ 6 "การตัดสินใจ"
ต่อจากตอนที่แล้ว เมื่อเหล่าผู้ใหญ่รู้เรื่องการหนีไปของพวกเด็กๆก็เกิดเรื่องแตกตื่นกันใหญ่
โดยเฉพาะพ่อของเรนะที่โวยวายว่าลูกสาวของตนหนีออกจากบ้านกลางดึกไปแล้ว ส่วนทาง
ผู้ใหญ่บ้านคิมิโยชิที่มาหาริกะที่บ้านเองก็พบด้วยว่าริกะกับซาโตโกะก็หนีหายไปแล้วเช่นกัน
เดือดร้อนไปถึงชิองที่ตอนนี้รับบทเป็นมิองอยู่ ที่ต้องรับหน้าเรื่องที่พวกเคย์อิจิหนีออกจากบ้าน
หายไป ซึ่งตนก็คาดไม่ถึงว่าจะถูกจับได้เร็วขนาดนี้ รวมทั้งตนก็เช่นกันว่าถ้าถูกจับได้เช่นกัน
ก็คงไม่ดีแน่ และรีบเผ่นไปก่อนจะดีกว่า



แต่ขณะที่ชิองกำลังย่องไปอย่างเงียบๆ โอเรียวก็เปิดประตูโผล่หน้าออกมาทันใด เล่นเอาชิอง
แทบตั้งตัวไม่ทัน โอเรียวถามว่าโทรศัพท์เมื่อกี้ใช่คิมิโยชิโทรมารึเปล่า ชิองก็ตอบกลับแบบ
ขัดๆว่าก็แค่มีธุระนิดๆหน่อยๆ ไม่มีอะไรมาก  แต่ดูเหมือนการกระทำของชิองจะทำให้ยาย
โอเรียวเริ่มเขม่นด้วยความสงสัยเสียแล้ว เพราะชิองดันไปพูดตามสำเนียงของตนเอง ไม่ใช่
ของมิอง ทำให้ชิองถึงกับแก้ตัวไม่ออก จนโอเรียวข่มชิองในความอ่อนหัดที่คิดจะมาหลอก
เจ้าบ้านโซโนะซากิ พร้อมกับกลับเข้าห้องของตนเองไปกับเสียงหัวเราะอันแสนโฉดที่ดัง
ออกมาเซ็งแซ่ที่ทำให้ชิองขนลุกไปตามกัน พอผู้ใหญ่บ้านคิมิโยชิตามมาพบกับชิองถึงที่
บ้านใหญ่ ซึ่งคิมิโยชิเห็นชิองทำสีหน้าตกก็ถามว่าเป็นอะไรไป ชิองจึงยอมสารภาพตามตรง
ว่าตนเองคือชิองไม่ใช่มิอง ทำให้ผู้ใหญ่บ้านรู้ทันทีว่ามิองก็หนีไปกับคนอื่นด้วยเหมือนกัน



ส่วนทางด้านที่บ้านมาเอบาร่า พ่อของเรนะกำลังพะวักพะวงด้วยความเป็นห่วงลูกสาวอย่าง
เป็นที่สุด แต่อิจิโร่กลับบอกให้พ่อของเรนะใจเย็นไว้ก่อน เพราะตนเชื่อว่าพวกเด็กๆคงจะไม่
ได้ทำเรื่องเลวร้ายอะไรแน่นอน ประกอบกับอาจารย์จิเอะก็มาหาที่บ้านด้วยเช่นกัน ด้วยสภาพ
ที่ยังป่วยหนักจนโทรมมาแต่ก็ยังไม่ทิ้งแกงกระหรี่สุดโปรดไปอยู่ดี ซึ่งเธอก็มาแจ้งผู้ปกครอง
ว่าริกะกับซาโตโกะก็หายไปด้วย รวมทั้งมิองที่คาดว่าจะเป็นแกนนำในการพาหนีออกจาก
บ้านไปโดยมีจุดหมายที่โตเกียวนั่นเอง และเมื่อได้ทราบแล้วตนก็ได้ดำเนินการที่จะพาตัว
พวกเคย์อิจิกลับเรียบร้อย โดยการแจ้งความไปยังโออิชินั่นเอง



รุ่งอรุณแห่งวันใหม่ ณ กระท่อมร้างที่พวกเด็กๆต่างพากันนอนพักอาศัยชั่วคราว ริกะที่กำลัง
หลับฝันว่าตนเองกำลังได้ยินเสียงเพลงอยู่ เป็นเพลงที่เธอเคยได้ฟังเมื่อนานมาแล้วสมัยที่เธอ
ยังคงเป็นเด็กน้อยอยู่จากแม่ของตนเอง และผู้ที่กำลังขับเพลงนั้นในตอนนี้ก็เป็นฮานิวที่อยู่
เคียงข้างริกะไม่ใช่คนอื่นคนไกล  ต่อมา พวกเด็กๆก็ตื่นขึ้นมาเสียทีเพราะเสียงร้องของเรไร
ได้ดังลั่นจนทำให้ตื่นทันที ซึ่งเคย์อิจิเตือนทุกคนว่าตอนนี้ก็ 5 โมงเช้าแล้ว และดูเหมือนคนที่
จะตื่นช้าที่สุดจะเป็นริกะนั่นเอง ฮานิวปลุกริกะขึ้นโดยที่คราบน้ำตายังคงติดหน้าริกะอยู่ และ
พึมพำว่าตนเองคงจะฝันไป



เมื่อเด็กๆเตรียมตัวเพื่อออกเดินทางต่อเสร็จแล้ว จุดหมายต่อไปก็คือการลงจากภูเขาไปที่
สถานีนาโกย่านั่นเอง ซึ่งจะต้องไปให้ถึงในช่วงเวลา 6 โมงครึ่งอีกด้วย เมื่อทุกคนได้ออก
เดินกันแล้ว เคย์อิจิก็ถามริกะถึงเรื่องอาคาซากะว่าได้ติดต่อไปบ้างหรือเปล่า ริกะตอบว่าใช่
แม้ว่าจะเป็นการรบกวนอาคาซากะ แต่อาคาซากะยังไงก็ต้องคอยช่วยเหลือพวกเธอแน่นอน
ส่วนฮานิวเองเห็นว่าทางเดินแถวนี้มันอันตราย ก็เลยขอให้ริกะจับมือกับตนเอาไว้เพื่อจะได้
ไม่หลงทางกัน ซึ่งริกะเห็นงาสก็จนป่านนี้ที่ใกล้จะถึงจุดหมายแล้ว ก็คงจะช้าเกินไปหน่อย
ทำให้ฮานิวได้แต่หัวเราะแหะๆ



ซาโตโกะเริ่มสังเกตุได้ว่าพวกตนมาถึงพื้นล่างแล้ว ซึ่งก็แสดงว่ากำลังจะได้ออกจากภูเขา
พ้นเขตฮินามิซาวะเสียที ส่วนฮานิวก็ทำให้สีหน้าอึมครึมอย่างแปลกประหลาด พร้อมกับ
ผละมือจากริกะไปจนริกะถึงกับหกล้มหน้าคว่ำกับพื้น  ริกะแปลกใจว่าทำไมฮานิวถึงได้
ปล่อยมือ และพอรู้สึกตัวอีกทีก็เห็นว่าฮานิวหายไปแล้ว 

"ริกะ..."
"เราคงจะมาได้เพียงเท่านี้ ต้องขอโทษด้วย......"
"นะเจ้าคะ"



ฮานิวปรากฎกายต่อริกะอีกทีด้วยชุดมิโกะประจำตัว ทำเอาริกะตกใจและสั่งให้ฮานิว
ตามมาด้วยกัน แต่พอดึงตัวเข้ามา ฮานิวก็หายตัวทำให้ริกะล้มคว่ำอีกรอบ ทำให้ทุกคน
เริ่มถามว่าริกะกำลังทำอะไรกันอยู่ ริกะแปลกใจจึงลองให้มิองช่วยไปยืนตรงที่เธอชี้หน่อย
ซึ่งมิองก็ตอบกลับว่าเธอมองไม่เห็นอะไรเลย  เรนะเห็นท่าไม่ดีจึงออกปากชวนทุกคนไป
ช่วยตามหาฮานิวกันเพราะตนเกรงว่าฮานิวอาจจะยังอยู่ในภูเขาอยู่ก็ได้



ริกะถามฮานิวว่าทำไมกัน ฮานิวจึงตอบว่าเพราะตนอยู่กับฮินามิซาวะมากว่า 100 ปีแล้ว
จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะแยกจากกัน

"เพราะฉะนั้น..."
"ขอให้ริกะคิดว่าการแยกจากกับเราไปเป็นโอกาสดีที่จะได้ออกไปข้างนอก..."

"มีแต่เราเท่านั้นที่ไปโตเกียวด้วยไม่ได้หรอกค่ะ"
"......ขอโทษด้วนะคะ ......ริกะ..."


จบตอน

Official by ZUN


ตอนที่สิบหก "แผนที่จากสหายเก่า"

สลับฉากมาที่ด้านของยูคาริผู้เป็นตัวตั้งตัวตีของเรื่องกันบ้าง ซึ่งดูเหมือนตอนนี้เธอจะบินอยู่
เหนือโพ้นทะเลที่แสนจะเงียบงัน และแล้วยูคาริก็ได้อุทานขึ้นต่างๆนานาถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเหนือ
ทะเลไปพร้อมกัน ทั้งการที่มีฝนตก ทั้งที่มีคลื่นซัดเพราะเกิดพายุนั่นเอง จนในที่สุดทั้งสองก็
ได้มาถึงซึ่งดูเหมือนจะใกล้เข้าชายฝั่งทุกขณะ

"เอาล่ะ เท่านี้ทางเข้าสู่ทะเลซึ่งเป็นที่อาศัยอยู่ของนักปราชญ์ก็ได้เปิดออกแล้วล่ะจ๊ะ"
"เรารีบมุ่งหน้าไปก่อนที่กับดักที่นักปราชญ์แห่งจันทราสร้างไว้จะทำงานเถอะ"

โยว์ไคแห่งเขตแดนชี้แนะแก่ภูติรับใช้ของตน



กลับมาทางด้านของพวกเรย์มุ การต่อสู้ที่ยังดำเนินต่อของโยริฮิเมะผู้เก่งกาจและได้เปรียบ
มาตลอดจะกลับตาลปัตรเสียแล้ว เมื่อปรากฎว่าโยริฮิเมะโดนอัดจนถึงกับกระเด็น ตามตัว
สะบักสะบอมไปด้วยรอยช้ำ ซึ่งทั้งหมดนั้นเป็นฝีมือของเรมีเลียผู้ชำนาญการโจมตีเข้าประชิด
ด้วยความเร็วนั่นเอง แม้แต่เหล่ากระต่ายก็ยังตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ เรมีเลียเริ่มโอ้อวดอ้างว่า
ตนนี่แหละที่แข็งแกร่งว่องไวที่สุดบนผืนพิภพ แต่มาริสะก็ตัดพ้อแซวว่าถ้าเป็นเรื่องเร็วที่สุด
ต้องเป็นอายะต่างหาก ส่วนเรื่องพลังต้องยกให้ยูกะ เรมีเลียได้ยินแล้วก็รู้สึกหงุดหงิดที่โดน
เผาซะเอง ทางด้านโยริฮิเมะที่ยืนหยัดขึ้นมาเหมือนจะสู้ต่อ ก็ได้ดึงดาบที่ปักอยู่ออกมาจาก
ผืนทราย และจ้องเรมีเลียด้วยแววตาที่ยังคงความเย็นชาเช่นเดิม ซึ่งเรมีเลียก็ยังคงพูดจาข่ม
ว่าจะไม่ยอมให้โยริฮิเมะยอมแพ้จนกว่าจะรู้สึกสิ้นหวังในความต่างของพลัง

"เจ้า..."
"มีควันออกมาจากปีกด้วยแน่ะ?"

เมื่อผีดูดเลือดสาวที่ยังคงแสนจะวางมาดได้รู้สึกตัวเข้า ก็ตกใจทันที แต่ยังดีที่ซาคุยะรู้ทัน
และรีบโยนร่มมาให้เรมีเลียกางกันแดดทันใด เรมีเลียจึงบ่นต่อว่าแม้แต่แสงจันทร์ก็มิอาจ
ทำให้เธอใช้ชีวิตไปใหนมาใหนได้ตามปกติเช่นกัน โยริฮิเมะจึงเอ่ยต่อว่าร่มที่เรมีเลียใช้
ก็มิอาจป้องกันได้สมบูรณ์ซะทีเดียว



สลับฉากกลับมาที่พวกยูยูโกะบ้าง ทั้งคู่ยืนอยู่แถวริมของทะเลสาบบริเวณคฤหาสน์มารแดง
โยว์มุเริ่มรู้สึกหนาวจนบอกอยากให้ยูยูโกะรีบทำธุระให้เสร็จ ยูยูโกะจึงนึกขึ้นได้ว่าโยว์มุนั้น
มีร่างกายที่ทำให้มีความรู้สึกได้ซึ่งต่างจากตน จากนั้นโยว์มุจึงถามทบทวนถึงการตามหา
สถานที่ๆเป็นเป้าหมาย ยูยูโกะจึงชี้แจงถึงการกระทำสิ่งนั้นซึ่งต้องเลือกที่ตั้งที่เหมาะก่อนและ
ชี้ลงไปยังทะเลสาบ โยว์มุจึงคิดว่าตำแหน่งนั้นอยู่ที่ใต้น้ำ ซึ่งคิดว่าเป็นไปไม่ได้เลยที่จะดำลง
ไปถ้าไม่ใช่ปลาหรือเงือก ก่อนที่จะไปไกลกว่านี้ ยูยูโกะจึงชี้ที่ผิวทะเลสาบ ให้โยว์มุดูให้ดีถึง
เงาพระจันทร์เต็มดวงที่สะท้อนบนผิวน้ำ ทำให้โยว์มุสังเกตถึงพระจันทร์เต็มดวงที่แปลกไป
จากปกติ โดยดูเหมือนเงาพระจันทร์เต็มดวงกลมๆจะกลายเป็น 2 ซีกเหมือนถูกผ่า และไม่ทันไร
ยูยูโกะก็เดินบนผิวน้ำเพื่อไปหาเงาพระจันทร์เต็มดวงที่ว่านั่นเสียแล้ว โยว์มุเห็นดังนั้นจึงลอยตัว
ตามผู้เป็นนายติดๆกัน

"ยูคาริคงจะแก้เขตแดนของพระจันทร์ดวงจริงกับพระจันทร์ลวงตาได้แล้วล่ะจ๊ะ"

"แล้วยูคาริก็คงจะลืมปิดมันด้วย"
"หรือว่าจะ........."

นายหญิงแห่งวิญญาณรู้สึกถึงความผิดปกติ



ไม่ทันขาดคำ ยูยูโกะก็พุ่งกระโดดลงไปยังช่องแย่งที่อยู่บนเงาของดวงจันทร์ ซึ่งโยว์มุเอง
ก็ไม่รอช้าที่จะตามไปด้วย ซึ่งต่อมานั้นทั้งคู่ก็ไปโผล่ยังสถานที่ๆหนึ่งเป็นท้องทะเลที่แสนจะ
ไกลสุดลูกหูลูกตา ซึ่งจากคำบอกของยูยูโกะนั้นที่นี่คือทะเลของดวงจันทร์นั่นเอง อีกทั้งยัง
เชิญชวนว่าจะลองว่ายน้ำทะเลกันดูมั้ย เพราะเป็นโอกาสหายากจากที่เกนโซเกียวไม่มีทะเล
โยว์มุก็ทำหน้าหน่ายบอกปัดไป และจู่ๆโยว์มุก็สังเกตุถึงของชิ้นหนึ่งซึ่งคุ้นตาของตน นั่นคือ
ร่มของยูคารินั่นเอง โยว์มุตกใจที่มาเห็นร่มของยูคาริถูกทิ้งเอาไว้แบบนี้ และคิดว่าจะต้อง
เกิดอะไรขึ้นแน่ๆ ส่วนยูยูโกะที่ตั้งสติครุ่นคิดอย่างรอบคอบเมื่อเห็นเช่นนั้นจึงดูเหมือนว่า
ตนคงจะไม่อาจเลี่ยงคำขอจากยูคาริเพื่อนเก่าได้แล้ว

"ร่มใบนั้นคือแผนที่ขุมทรัพย์ไงล่ะ"
"เป็นการบอกทางชี้ไปตามร่มใบนั้น"

โยว์มุเริ่มเข้าใจในสิ่งที่ยูยูโกะบอก แต่ก็ยังสงสัยอยู่ดีว่าทำไมถึงรู้ว่ายูยูโกะจะตามมาด้วย
ยูยูโกะจึงตอบไปตามที่คิดว่ายูคาริคงจะพ่ายแพ้อีกครั้งแล้ว



ส่วนทางด้านฝั่งของเรย์มุ เรมีเลียเยาะเย้ยโยริฮิเมะว่าคงจะไม่เหลือไม่เด็ดอะไรสู้กับตนแล้ว
แต่ดูเหมือนโยริฮิเมะจะยังคงความมุ่งมั่นอยู่มิเสื่อมคลาย พร้อมกับบอกว่ามองการเคลื่อนไหว
ของเรมี่หมดแล้วอีกด้วย และยังได้ท้าให้เรมีเลียใช้สเปลการ์ดกับตนอีกต่างหาก เช่นนั้น
เรมีเลียจึงสนองตอบตามความต้องการของโยริฮิเมะทันที ด้วยการใช้ "ควีน ออฟ มิดไนท์"
ออกมา

"จงนึกถึงช่วงเวลาแห่งฝันร้าย"
"ที่มีแต่ราตรีแห่งดันมาคุอันไร้ซึ่งรุ่งอรุณตราบชั่วนิรันดร์ซะเถอะ"



เมื่อเรมีเลียสั่งจู่โจม กระสุนดันมาคุลูกกลมจำนวนมากที่มาพร้อมกับบรรยกากาศรอบด้าน
ที่มืดมิดต่างพุ่งเข้าใส่โยริฮิเมะอย่างทันท่วงที แต่ดูเหมือนโยริฮิเมะจะหมดทางสู้ซะทีเดียว
เริ่มร่ายอัญเชิญเทพเจ้าออกมาอีกครั้ง ด้วยการเรียก "อาเมะ โนะ อุซุเมะ โนะ มิโคโตะ"
ซึ่งปรากฎเป็นรูปร่างของเทพธิดาองค์หนึ่งมาและบันดาลให้ตัวของโยริฮิเมะสว่างไสว
ซึ่งนั่นทำให้กระสุนดันมาคุไม่โดนตัวโยริฮิเมะเลยแม้แต่นัดเดียว เรมีเลียเห็นดังนั้นจึง
คิดว่าโยริฮิเมะต้องการให้ตนโจมตีด้วยพละกำลังสุดแรงนั่นเอง ไม่ทันใด ผีดูดเลือดก็
พุ่งตรงไปหาเจ้าหญิงด้วยความเร็วสูงสุด ซึ่งนั่นทำให้เป็นไปตามแผนของโยริฮิเมะที่จะ
หลอกล่อเรมีเลียและเริ่มอัญเชิญเทพเจ้าอีกครั้ง

"อามาเทราสุโอมิคามิ"
"ช่วยลบล้างราตรีไปจากโลกใบนี้ด้วยแสงสว่างที่สุดจะเจิดจ้าเกินคณาด้วยเถิด"



และแล้วก็เกิดแสงสว่างชั่วพริบตาที่สว่างไสวจนพร่าตาเหลือเกิน และแล้วก็สามารถ
ตัดสินผลการต่อสู้ระหว่างเรมีเลียกับโยริฮิเมะสักที ด้วยความปราชัยของเรมีเลียเสียเอง
แม้ว่าเรมี่จะได้เปรียบในช่วงแรกจากการใช้ลักษณะเด่นเฉพาะตัว จู่โจมโยริฮิเมะอย่าง
ว่องไวและดุดัน แต่เมื่อเจ้าหญิงอ่านท่วงท่าออกหมดบวกกับนิสัยที่แสนจะทะนงในตน
ของเรมีเลีย นั่นทำให้เรมีเลียต้องติดกับโยริฮิเมะด้วยการจู่โจมด้วยแสงสว่างที่เรมีเลีย
แพ้นั่นเอง จนทำให้ผลออกมาเป็นเช่นนี้ โดยมีมาริสะที่ทำเหมือนไม่เชื่อในสิ่งที่ตนเห็น
และเรย์มุที่ยังคงนิ่งเฉยนั่งถอนหายใจเหมือนกับคาดแล้วว่าผลจะออกมาเป็นแบบนี้
เมื่อเรมีเลียต้องประสบชะตากรรมเช่นนี้ มิโกะแห่งเกนโซเกียวอย่างเรย์มุนั้นจะยอม
ออกโรงเองหรือไม่กัน?


จบตอน