ShoutMix chat widget

bougetsushou

Official by ZUN


ตอนที่สิบหก "แผนที่จากสหายเก่า"

สลับฉากมาที่ด้านของยูคาริผู้เป็นตัวตั้งตัวตีของเรื่องกันบ้าง ซึ่งดูเหมือนตอนนี้เธอจะบินอยู่
เหนือโพ้นทะเลที่แสนจะเงียบงัน และแล้วยูคาริก็ได้อุทานขึ้นต่างๆนานาถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเหนือ
ทะเลไปพร้อมกัน ทั้งการที่มีฝนตก ทั้งที่มีคลื่นซัดเพราะเกิดพายุนั่นเอง จนในที่สุดทั้งสองก็
ได้มาถึงซึ่งดูเหมือนจะใกล้เข้าชายฝั่งทุกขณะ

"เอาล่ะ เท่านี้ทางเข้าสู่ทะเลซึ่งเป็นที่อาศัยอยู่ของนักปราชญ์ก็ได้เปิดออกแล้วล่ะจ๊ะ"
"เรารีบมุ่งหน้าไปก่อนที่กับดักที่นักปราชญ์แห่งจันทราสร้างไว้จะทำงานเถอะ"

โยว์ไคแห่งเขตแดนชี้แนะแก่ภูติรับใช้ของตน



กลับมาทางด้านของพวกเรย์มุ การต่อสู้ที่ยังดำเนินต่อของโยริฮิเมะผู้เก่งกาจและได้เปรียบ
มาตลอดจะกลับตาลปัตรเสียแล้ว เมื่อปรากฎว่าโยริฮิเมะโดนอัดจนถึงกับกระเด็น ตามตัว
สะบักสะบอมไปด้วยรอยช้ำ ซึ่งทั้งหมดนั้นเป็นฝีมือของเรมีเลียผู้ชำนาญการโจมตีเข้าประชิด
ด้วยความเร็วนั่นเอง แม้แต่เหล่ากระต่ายก็ยังตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ เรมีเลียเริ่มโอ้อวดอ้างว่า
ตนนี่แหละที่แข็งแกร่งว่องไวที่สุดบนผืนพิภพ แต่มาริสะก็ตัดพ้อแซวว่าถ้าเป็นเรื่องเร็วที่สุด
ต้องเป็นอายะต่างหาก ส่วนเรื่องพลังต้องยกให้ยูกะ เรมีเลียได้ยินแล้วก็รู้สึกหงุดหงิดที่โดน
เผาซะเอง ทางด้านโยริฮิเมะที่ยืนหยัดขึ้นมาเหมือนจะสู้ต่อ ก็ได้ดึงดาบที่ปักอยู่ออกมาจาก
ผืนทราย และจ้องเรมีเลียด้วยแววตาที่ยังคงความเย็นชาเช่นเดิม ซึ่งเรมีเลียก็ยังคงพูดจาข่ม
ว่าจะไม่ยอมให้โยริฮิเมะยอมแพ้จนกว่าจะรู้สึกสิ้นหวังในความต่างของพลัง

"เจ้า..."
"มีควันออกมาจากปีกด้วยแน่ะ?"

เมื่อผีดูดเลือดสาวที่ยังคงแสนจะวางมาดได้รู้สึกตัวเข้า ก็ตกใจทันที แต่ยังดีที่ซาคุยะรู้ทัน
และรีบโยนร่มมาให้เรมีเลียกางกันแดดทันใด เรมีเลียจึงบ่นต่อว่าแม้แต่แสงจันทร์ก็มิอาจ
ทำให้เธอใช้ชีวิตไปใหนมาใหนได้ตามปกติเช่นกัน โยริฮิเมะจึงเอ่ยต่อว่าร่มที่เรมีเลียใช้
ก็มิอาจป้องกันได้สมบูรณ์ซะทีเดียว



สลับฉากกลับมาที่พวกยูยูโกะบ้าง ทั้งคู่ยืนอยู่แถวริมของทะเลสาบบริเวณคฤหาสน์มารแดง
โยว์มุเริ่มรู้สึกหนาวจนบอกอยากให้ยูยูโกะรีบทำธุระให้เสร็จ ยูยูโกะจึงนึกขึ้นได้ว่าโยว์มุนั้น
มีร่างกายที่ทำให้มีความรู้สึกได้ซึ่งต่างจากตน จากนั้นโยว์มุจึงถามทบทวนถึงการตามหา
สถานที่ๆเป็นเป้าหมาย ยูยูโกะจึงชี้แจงถึงการกระทำสิ่งนั้นซึ่งต้องเลือกที่ตั้งที่เหมาะก่อนและ
ชี้ลงไปยังทะเลสาบ โยว์มุจึงคิดว่าตำแหน่งนั้นอยู่ที่ใต้น้ำ ซึ่งคิดว่าเป็นไปไม่ได้เลยที่จะดำลง
ไปถ้าไม่ใช่ปลาหรือเงือก ก่อนที่จะไปไกลกว่านี้ ยูยูโกะจึงชี้ที่ผิวทะเลสาบ ให้โยว์มุดูให้ดีถึง
เงาพระจันทร์เต็มดวงที่สะท้อนบนผิวน้ำ ทำให้โยว์มุสังเกตถึงพระจันทร์เต็มดวงที่แปลกไป
จากปกติ โดยดูเหมือนเงาพระจันทร์เต็มดวงกลมๆจะกลายเป็น 2 ซีกเหมือนถูกผ่า และไม่ทันไร
ยูยูโกะก็เดินบนผิวน้ำเพื่อไปหาเงาพระจันทร์เต็มดวงที่ว่านั่นเสียแล้ว โยว์มุเห็นดังนั้นจึงลอยตัว
ตามผู้เป็นนายติดๆกัน

"ยูคาริคงจะแก้เขตแดนของพระจันทร์ดวงจริงกับพระจันทร์ลวงตาได้แล้วล่ะจ๊ะ"

"แล้วยูคาริก็คงจะลืมปิดมันด้วย"
"หรือว่าจะ........."

นายหญิงแห่งวิญญาณรู้สึกถึงความผิดปกติ



ไม่ทันขาดคำ ยูยูโกะก็พุ่งกระโดดลงไปยังช่องแย่งที่อยู่บนเงาของดวงจันทร์ ซึ่งโยว์มุเอง
ก็ไม่รอช้าที่จะตามไปด้วย ซึ่งต่อมานั้นทั้งคู่ก็ไปโผล่ยังสถานที่ๆหนึ่งเป็นท้องทะเลที่แสนจะ
ไกลสุดลูกหูลูกตา ซึ่งจากคำบอกของยูยูโกะนั้นที่นี่คือทะเลของดวงจันทร์นั่นเอง อีกทั้งยัง
เชิญชวนว่าจะลองว่ายน้ำทะเลกันดูมั้ย เพราะเป็นโอกาสหายากจากที่เกนโซเกียวไม่มีทะเล
โยว์มุก็ทำหน้าหน่ายบอกปัดไป และจู่ๆโยว์มุก็สังเกตุถึงของชิ้นหนึ่งซึ่งคุ้นตาของตน นั่นคือ
ร่มของยูคารินั่นเอง โยว์มุตกใจที่มาเห็นร่มของยูคาริถูกทิ้งเอาไว้แบบนี้ และคิดว่าจะต้อง
เกิดอะไรขึ้นแน่ๆ ส่วนยูยูโกะที่ตั้งสติครุ่นคิดอย่างรอบคอบเมื่อเห็นเช่นนั้นจึงดูเหมือนว่า
ตนคงจะไม่อาจเลี่ยงคำขอจากยูคาริเพื่อนเก่าได้แล้ว

"ร่มใบนั้นคือแผนที่ขุมทรัพย์ไงล่ะ"
"เป็นการบอกทางชี้ไปตามร่มใบนั้น"

โยว์มุเริ่มเข้าใจในสิ่งที่ยูยูโกะบอก แต่ก็ยังสงสัยอยู่ดีว่าทำไมถึงรู้ว่ายูยูโกะจะตามมาด้วย
ยูยูโกะจึงตอบไปตามที่คิดว่ายูคาริคงจะพ่ายแพ้อีกครั้งแล้ว



ส่วนทางด้านฝั่งของเรย์มุ เรมีเลียเยาะเย้ยโยริฮิเมะว่าคงจะไม่เหลือไม่เด็ดอะไรสู้กับตนแล้ว
แต่ดูเหมือนโยริฮิเมะจะยังคงความมุ่งมั่นอยู่มิเสื่อมคลาย พร้อมกับบอกว่ามองการเคลื่อนไหว
ของเรมี่หมดแล้วอีกด้วย และยังได้ท้าให้เรมีเลียใช้สเปลการ์ดกับตนอีกต่างหาก เช่นนั้น
เรมีเลียจึงสนองตอบตามความต้องการของโยริฮิเมะทันที ด้วยการใช้ "ควีน ออฟ มิดไนท์"
ออกมา

"จงนึกถึงช่วงเวลาแห่งฝันร้าย"
"ที่มีแต่ราตรีแห่งดันมาคุอันไร้ซึ่งรุ่งอรุณตราบชั่วนิรันดร์ซะเถอะ"



เมื่อเรมีเลียสั่งจู่โจม กระสุนดันมาคุลูกกลมจำนวนมากที่มาพร้อมกับบรรยกากาศรอบด้าน
ที่มืดมิดต่างพุ่งเข้าใส่โยริฮิเมะอย่างทันท่วงที แต่ดูเหมือนโยริฮิเมะจะหมดทางสู้ซะทีเดียว
เริ่มร่ายอัญเชิญเทพเจ้าออกมาอีกครั้ง ด้วยการเรียก "อาเมะ โนะ อุซุเมะ โนะ มิโคโตะ"
ซึ่งปรากฎเป็นรูปร่างของเทพธิดาองค์หนึ่งมาและบันดาลให้ตัวของโยริฮิเมะสว่างไสว
ซึ่งนั่นทำให้กระสุนดันมาคุไม่โดนตัวโยริฮิเมะเลยแม้แต่นัดเดียว เรมีเลียเห็นดังนั้นจึง
คิดว่าโยริฮิเมะต้องการให้ตนโจมตีด้วยพละกำลังสุดแรงนั่นเอง ไม่ทันใด ผีดูดเลือดก็
พุ่งตรงไปหาเจ้าหญิงด้วยความเร็วสูงสุด ซึ่งนั่นทำให้เป็นไปตามแผนของโยริฮิเมะที่จะ
หลอกล่อเรมีเลียและเริ่มอัญเชิญเทพเจ้าอีกครั้ง

"อามาเทราสุโอมิคามิ"
"ช่วยลบล้างราตรีไปจากโลกใบนี้ด้วยแสงสว่างที่สุดจะเจิดจ้าเกินคณาด้วยเถิด"



และแล้วก็เกิดแสงสว่างชั่วพริบตาที่สว่างไสวจนพร่าตาเหลือเกิน และแล้วก็สามารถ
ตัดสินผลการต่อสู้ระหว่างเรมีเลียกับโยริฮิเมะสักที ด้วยความปราชัยของเรมีเลียเสียเอง
แม้ว่าเรมี่จะได้เปรียบในช่วงแรกจากการใช้ลักษณะเด่นเฉพาะตัว จู่โจมโยริฮิเมะอย่าง
ว่องไวและดุดัน แต่เมื่อเจ้าหญิงอ่านท่วงท่าออกหมดบวกกับนิสัยที่แสนจะทะนงในตน
ของเรมีเลีย นั่นทำให้เรมีเลียต้องติดกับโยริฮิเมะด้วยการจู่โจมด้วยแสงสว่างที่เรมีเลีย
แพ้นั่นเอง จนทำให้ผลออกมาเป็นเช่นนี้ โดยมีมาริสะที่ทำเหมือนไม่เชื่อในสิ่งที่ตนเห็น
และเรย์มุที่ยังคงนิ่งเฉยนั่งถอนหายใจเหมือนกับคาดแล้วว่าผลจะออกมาเป็นแบบนี้
เมื่อเรมีเลียต้องประสบชะตากรรมเช่นนี้ มิโกะแห่งเกนโซเกียวอย่างเรย์มุนั้นจะยอม
ออกโรงเองหรือไม่กัน?


จบตอน

Official by ZUN

ตอนที่สิบห้า "มนุษย์ละอองดาว"

"รุกก่อนได้เปรียบ!"
"สตาร์ดัสต์เรฟเวอรี่"

แม่มดดำประกาศก้องงัดไม้เด็ดของตนออกมาเพื่อจู่โจมโยริฮิเมะก่อนทันใด
เมื่อนั้นก็บังเกิดดวงดาวหลากสีปรากฎออกมากระจายเข้าจู่โจมไม่เลือกหน้า
ว่าจะเป็นพวกเดียวกันหรืออีกฝ่ายจนโกลาหลเลยทีเดียว จะมีแต่มิโกะที่ยังคง
ทำสีหน้าตายคอยปัดดาวห่างๆและคู่ผีดูดเลือดกับเมดที่ยังคงยืนแน่นิ่งกับที่
มาริสะหยุดการจู่โจมลงและบินร่อนลงมาดูใกล้ๆโยริฮิเมะที่ตอนนี้ได้ถูก
ละอองดาวคลุมจนมิดไม่เห็นตัวแล้ว แต่แล้วดูเหมือนว่าการจู่โจมครั้งนี้
จะทำอะไรโยริฮิเมะไม่ได้เลยตามที่มาริสะคาดไว้ เมื่อเศษดาวกระจาย
ออกจากการปกคลุมร่างของโยริฮิเมะที่ยังคงสภาพเหมือนปกติดังเดิม
ไร้รอยตำหนิใดๆ

"สงสัยที่ดาวมันไม่ยอมประกายก็เพราะมีเธอมองดูมันที่นครจันทรานะเนี่ย"

มาริสะเย้ยหยัน

"การที่จะมองเห็นดวงดาวเจิดจรัสได้นั้น"
"มันขึ้นอยู่กับผลของชั้นบรรยากาศต่างหาก"

"และการที่นครจันทรามีชั้นบรรยากาศอยู่น้อยนั้น"
"จึงทำให้ดวงดาวไม่อาจเจิดจรัสได้เท่าที่ควร"



โยริฮิเมะชี้แจงเกล็ดให้กับมาริสะ และทันใดนั้นก็ลองหยิบละอองดาวที่มาริสะ
ปล่อยออกมาเข้าปากดู ผลก็คือว่ามันมีรสหวานนั่นเอง โยริฮิเมะกล่าวชมในใจ
เมื่อชิมได้ไม่เท่าไหร่ โยริฮิเมะก็โยนละอองดาวทิ้งและกล่าวถึงวงโคจรแสง
ของดวงดาวที่ไม่อาจเจิดจรัสได้นั้นก็จะเดินเป็นเส้นตรงตลอดนั่นเอง ซึ่งก็
หมายความว่ารูปแบบการโจมตี้นี้ของมาริสะเป็นสิ่งที่ใครๆก็สามารถหลบได้
ง่ายๆนั่นเอง ซึ่งแม้แต่ตัวโยริฮิเมะเองก็สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างเป็นอิสระ
ไม่ได้ถูกละอองดาวแตะต้องตัวสักนิด ทั้งที่ยังถูกล้อมอยู่ มาริสะที่ฟังอยู่เฉยๆ
มาครู่หนึ่งก็ตอบกลับว่าตนนั้นไม่ค่อยเข้าใจในสิ่งที่โยริฮิเมะพูดนัก และในเมื่อ
ละอองดาวที่มาริสะปล่อยนั้นหยุดอยู่รอบตัวโยริฮิเมะแล้วนั้น มาริสะก็งัดไม้ตาย
ออกมาจู่โจมซ้ำอีกครั้งหนึ่ง



"อีเว้นท์โฮริซอน!"

เหล่าละอองดาวต่างพรั่งพรูจู่โจมล้อมรอบตัวโยริฮิเมะอีกครั้ง แต่ครั้งนี้โยริฮิเมะ
เริ่มเคลื่อนไหวบ้างแล้ว โดยชักดาบออกมาและฟาดฟันปัดเหล่าละอองดาวไม่ให้
เข้ามาถึงตัวได้ เรมีเลียหัวเราะคิกคักเหมือนจะเยาะเย